Wednesday, December 25, 2013

ภูเขาไฟบาตูร์ ภูเขาไฟแทนเพศหญิงทะเลสาบบาตูร์


8feb9cd766f018785e1ef7c31b54d96a


เรียบเรียงโดย จองทัวร์ ดอทคอม


flower2 ภูเขาไฟบาตูร์ ภูเขาไฟแทนเพศหญิงทะเลสาบบาตูร์ เป็นทะเลสาบซึ่งเกิดจากการยุบตัวของภูเขาไฟบาตูร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในบาหลีและตั้งอยู่ด้านข้างภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,717 เมตร



ภูเขาไฟบาตูร์ ภูเขาไฟแทนเพศหญิงทะเลสาบบาตูร์

Tuesday, December 24, 2013

ขอพร เจดีย์โบดาทาวน์ (เจดีย์โปตาทอง) ประเทศพม่า

เรียบเรียงโดย จองทัวร์ ดอทคอม


เจดีย์โบดาทาวน์ (เจดีย์โปตาทอง) ซึ่งเป็นสถานที่สักสิทธิ์ ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2000 ปีก่อนกษัตริย์มอญมีนามว่า พระเจ้าโอกาละปะ ทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพ1000นาย ตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและ มาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้และทรงแบ่งเส้นพระเกศธาตุไว้1เส้น บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชา ก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์ สำคัญอื่นๆ ข้างในองค์เจดีย์ ท่านจะได้ชม สิงของสมัยโบราณ อาทิ พระพุทธรูปทองคำ เงิน ดินเผา ซึ่งจัดแสดงไว้ให้ชมภายในองค์เจดีย์ (สถานที่แห่งเดียวที่ท่านสามารถมองเห็นพระเกศธาตุด้วยสายตาของท่านเอง)

ขอพร เจดีย์โบดาทาวน์ (เจดีย์โปตาทอง) ประเทศพม่า

พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง


เรียบเรี่ยงโดย จองทัวร์ ดอทคอม


พระราชวังหลวงกู้กง หรือ พระราชวังต้องห้าม (Gu Gong or Imperial Palace or Forbidden City)

• ปีที่สร้าง : ปีค.ศ. 1406

• สร้างโดย : จักรพรรดิหย่งเล่อ

• สถานที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักกิ่ง



• พระราชวังหลวงกู้กง หรือ พระราชวังต้องห้าม (Gu Gong or Imperial Palace or Forbidden City)


• ตั้งอยู่ด้านหลังพลับพลาเทียนอันเหมิน แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวจากเหนือจรดใต้ 961 เมตร กว้าง 753 เมตร มีกำแพงวังล้อมรอบ ยาว 3 กิโลเมตร สูง 10 เมตร มีคูน้ำล้อมรอบ กว้าง 52 เมตร มีประตูวัง 4 ประตู 4 ทิศ มีป้อมหอคอยกำแพงวังอยู่ 4 มุม มีพื้นที่ทั้งหมด 724,250 ตารางเมตร มีตำหนักน้อยใหญ่ถึง 9,999 ห้อง

• สร้างในสมัยพระเจ้าหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เมื่อปี ค.ศ. 1406 เป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิงและชิง รวมทั้งสิ้น 24 พระองค์ มีการบูรณะซ่อมแซมไปหลายครั้ง แต่ยังคงสถาปัตยกรรมเดิม มีความสมบูรณ์แบบที่สุด ใหญ่ที่สุดและรักษาไว้ได้ดีที่สุด รวมทั้งมีประวัติที่ยาวนานที่สุดในโลกอีกด้วย


• ภายในพระราชวังแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ วังหน้าและวังใน

- วังหน้าเป็นเขตที่ฮ่องเต้ออกว่าราชการ จัดงานพิธีต่างๆ รับเข้าเฝ้า

- วังในเป็นเขตหวงห้าม ผู้ชายห้ามเข้า ยกเว้นขันทีเท่านั้น



• วังหน้ามี 3 ตำหนัก เป็นศูนย์กลางที่สร้างอยู่บนเส้นแกนตรงกันเป็นเส้นตรง ดังนี้


1.ตำหนักไถ่เหอ เป็นตำหนักด้านหน้าที่สำคัญที่สุดและใหญ่ที่สุดในพระราชวังหลวง ตั้งอยู่บนแท่นหินหยกขาวยกพื้นสูง 2 เมตรเศษ ล้อมรอบด้วยรั้วหินหยกขาว แกะสลักเป็นเมฆ มังกร และหงส์ สร้างในปีค.ศ. 1420 สมัยของพระเจ้าหย่งเล่อ กว้าง 11 เมตร ลึก 5 เมตร หลังคาซ้อน 2 ชั้น สูง 35 เมตร พื้นที่ 2,377 ตารางเมตร ปูด้วยอิฐ(ที่นวดด้วยแป้งทองคำ) ตรงกลางมีบัลลังก์มังกรสีทอง(มังกร 5 เล็บ สัญลักษณ์ของฮ่องเต้อันสูงส่ง) ใช้เป็นสถานที่ฮ่องเต้ออกว่าราชการแผ่นดินรับการเข้าเฝ้าจากขุนนางขุนศึก ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและอาคันตุกะชาวต่างต่างประเทศ หลังคามุงกระเบื้องสีทอง(สีเฉพาะของฮ่องเต้เท่านั้น)


2.ตำหนักจงเหอ เป็น ตำหนักหลังที่ 2 อยู่ด้านหลังตำหนักไถ่เหอ เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมมียอดแหลม ใช้เป็นสถานที่พักรอก่อนออกว่าราชการแผ่นดิน รับการรายงานจากข้าหลวงชั้นใน รวมทั้งพิธีการจัดงานเข้าเฝ้า หากมีงานพิธีแต่งตั้งพระราชินีและจัดงานใหญ่ในพระราชวังจะต้องตรวจเอกสาร ความเรียบร้อยของงาน ณ ตำหนักแห่งนี้ล่วงหน้า 1 วัน


3.ตำหนักเป่าเหอ เป็นตำหนักหลังที่ 3 อยู่หลังตำหนักจงเหอ เป็นตำหนักใหญ่ มีพื้นที่เท่ากับตำหนักไถ่เหอ ภายในมีบัลลังก์ก่อสร้างโดยไม่มีเสาแถวที่ 2 ทำให้ห้องโถงด้านหน้าท้องพระโรงกว้างขึ้น ไม่บังสายพระเนตรพระองค์ฮ่องเต้ ใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองบรรดาหัวหน้าชนเผ่ากลุ่มน้อยต่างๆทุกปี ในวันที่ 30 เดือน 12 (วันสิ้นปีของจีน) พิธีอภิเษกสมรสของฮ่องเต้หรือโอรสธิดา มาถึงในสมัยพระเจ้าเฉียนหลงใช้ที่นี่เป็นสถานที่สอบจอหงวน องค์ฮ่องเต้เป็นผู้ออกข้อสอบและคุมสอบด้วยพระองค์เอง โดยสอบในห้องท้องพระโรงแห่งนี้เอง



ผู้ที่สอบได้ที่ 1 มีเพียงคนเดียวเท่านั้น จะได้เป็น “จอหงวน” และเป็นลูกเขยของฮ่องเต้

ผู้ที่สอบได้ที่ 2 อาจมีหลายคน จะได้เป็น “ท่านฮั้ว” เป็นที่ปรึกษาประจำองค์ฮ่องเต้

ผู้ที่สอบได้ที่ 3 อีกหลายคน จะเรียกว่า “ป่างเหี่ยน” ดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยฮ่องเต้



พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง

Monday, December 23, 2013

เจ้าแม่กวนอิ่มทะเลใต้ เกาะผู่ถ่อซาน

48be2683 เรียบเรี่ยงโดย จองทัวร์ ดอทคอม


0c017 พุทธศาสนานิกายมหายาน พระโพธิสัตว์มีมากมาย พระโพธิสัตว์กวนอิมคืออวตารหนึ่งหรือภาคหนึ่งของพระอมิตาภพุทธเจ้า ซึ่งพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นมหาบุรุษ เมื่อเสด็จโปรดสัตว์ให้พ้นทุกข์จะทรงนิรมิตพระองค์ไปตามภพภูมิ พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงมีหลายปาง เช่น ปางประธาน, ปางพันมือพันตา, ปาง 11 หน้า และ ปางที่เป็น “เจ้าแม่กวนอิม” ที่คนจีนเรียกว่า “อาเนี้ย” เป็นต้น เชื่อกันว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมมีที่ประทับอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา โปตละบนเกาะกลางทะเลทางทิศใต้ของประเทศอินเดีย เมื่อราว พ.ศ. 11 พระสงฆ์รูปหนึ่งเดินทางไปประเทศจีนเพื่อศึกษาธรรมขากลับได้เชิญองค์เจ้าแม่ กวนอิมกลับมาด้วย ระหว่างทางเจอพายุจึงต้องแวะพักที่เกาะแห่งหนึ่งเป็นเวลานานมาก จนเชื่อว่าองค์เจ้าแม่ฯจะไม่ไปที่ไหน ประสงค์จะอยู่ที่เกาะแห่งนี้ จึงได้สร้างศาลเพื่อประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม เกาะแห่งนี้จึงกลายเป็นที่ตั้งของปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เปรียบเช่นที่ประทับของเจ้าแม่กวนอิมตามตำนานเดิม และเกาะแห่งนี้คือ “เกาะผู่ถ่อซาน” (โพท้อซัว) หนึ่งในสี่ภูเขาพระพุทธอันยิ่งใหญ่ของจีน



เจ้าแม่กวนอิ่มทะเลใต้ เกาะผู่ถ่อซาน

Thursday, December 19, 2013

วิธีเลือกซื้อปลาทอง

การเริ่มต้นเลี้ยงปลาทอง


เป็นอีกประการหนึ่งซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเลี้ยงปลาทอง คือ การเลือกซื้อปลาทอง ให้ได้ตามลักษณะสายพันธุ์ที่คุณจะเลี้ยง ถ้าหากคุณสามารถเลือกซื้อปลาทองได้ดีแล้ว คุณก็คือผู้หนึ่งที่   ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปลาทองไปแล้วไม่มากก็น้อย เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะเลี้ยงปลาทองคุณควร  ศึกษาหาความรู้ในด้านการดูลัษณะของปลาทองตามชนิดหรือสายพันธุ์ที่คุณจะเลี้ยง คุณควรมีหลักในการเลือก ซื้อไว้บ้าง มิฉะนั้นคุณอาจจะต้องเสียใจ การซื้อปลาทองตั้งแต่เล็ก ๆ โดยไม่ใส่ใจสิ่งใดเลย เมื่อปลาโตขึ้นคุณ  อาจต้องพบกับความผิดหวังเพราะปลาที่เลี้ยงไว้นั้นไม่สวยหรือมีลักษณะที่พิการ บางทีอาจหมดกำลังใจเลิก    เลี้ยงไปเลยก็เป็นได้ แต่ตรงกันข้ามถ้าหากคุณเลือกซื้อปลาทองไห้ได้ตรงตามลักษณะตามสายพันธุ์แล้วนั้น  โอกาสที่คุณจะได้ปลาทองที่ดีและมีคุณภาพนั้นก็มีมากขึ้น คุณอาจจะผสมพันธุ์ปลาทองนั้นขายเป็นผลพลอยได้อีก


การเลือกซื้อปลาทอง


ไว้ดูเล่นถ้าไม่จำเป็นอะไรมากนักคุณควรมีหลักง่ายๆ ในการเลือกซื้อปลาทอง คือ


ข้อแรก คุณควรเลือกซื้อปลาทองจากร้านค้าปลาทองหรือฟาร์มปลาทองที่มีความน่าเชื่อถือ และคุณควรมี ความสามารถที่จะดูลักษณะปลาทองตามสายพันธุ์ที่คุณจะเลี้ยงไว้บ้างพอสมควรหรือจะหาผู้ที่มีความสามารถ   ที่จะดูลักษณะปลาไปเป็นเพื่อนเลือกซื้อปลาทอง ข้อสำคัญควรสอบถามราคาปลาทองแต่ละชนิดไว้เป็นข้อ เปรียบเทียบความแตกต่างกันด้วย


ข้อสอง คุณควรเลือกซื้อปลาทองที่แข็งแรงปราศจากโรค หรือปลาทองที่   ได้รับความกระทบกระเทือนจากการขนส่ง โดยสังเกตุการว่ายน้ำของปลาจะต้องว่ายน้ำตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง ๆ    และการว่ายน้ำนั้นต้องไม่ผิดปกติ เช่นว่ายหมุนควงตีลังกา หรือว่ายสั่นกระตุก หรือว่ายเร็วผิดปกติเอาลำตัว    เสียดสีกับตู้ไปมา คุณควรเลือกซื้อปลาที่มีความกระตือรือล้น มีการเคลื่อนไหวไปมาปกติ การทรงตัวของปลา   มีการใช้ครีบทรงตัวปกติ และการว่ายน้ำใช้ครีบทุกครีบในการว่าย คุณอาจใช้วิธีทำให้ปลาตกใจโดยการใช้    กระชอนไล่จับปลาช้า ๆ สลับกับเร็ว ๆ (หันดูเจ้าของร้านด้วยนะ) สังเกตุการเคลื่อนไหวในการหนีของปลา   ปลาทองที่ดีจะต้องหนีได้รวดเร็วและการหนีนั้นเป็นไปอย่างนุ่มนวล ห้ามซื้อปลาที่ว่ายหนีไปทางนี้ทีทางโน้น ทีอย่างทุรนทุรายพุ่งขึ้นพุ่งลง ปลาทองที่ว่ายน้ำหัวทิ่มว่ายดิ่งลงก้นตู้ไม่ว่ายขนานกับตู้ หรือว่ายน้ำไม่ใช้ครีบ    ทุกครีบในการว่ายเป็นอีกข้อห้ามในการเลือกซื้อปลาทองด้วย ถึงแม้ปลาจะสวยบาดใจคุณขนาดใหนก็ตาม    


ข้อสาม หลีกเลี่ยงการซื้อปลาที่มีลักษณะผอมแห้งหรืออ้วนผิดรูปทรง ครีบไม่ครบ ครีบที่เป็นคู่นั้นสั้นข้างยาว    ข้างเล็กบ้างใหญ่บ้าง แม้ว่าเจ้าของร้านจะบอกอย่างเข้มแข็งว่าผอมอย่างนี้เป็นปลาตัวผู้ที่อ้วน ๆ ปลาตัวเมีย    หรือว่าเลี้ยงไว้จำนวนมากอาหารไม่ทั่วถึงเลยผอม ปลาที่มีลักษณะผอมมักมีโรคซ่อนอยู่มักเลี้ยงไม่โตและ   อ่อนแอ ปลาที่อ้วนอาจเป็นปลาท้องอืดมีลมในกระเพาะเป็นสาเหตุให้ทรงตัวไม่ดีในอนาคต อีกอย่างที่ควร   คำนึงถึงเมื่อคุณเดินเข้าร้านขายปลาควรใช้ความสังเกตุมองดูให้ทั่ว ๆ เหลือบมองลงในถังขยะบ้างก็ดีว่ามีปลา    ตายบ้างหรือไม่ ตามตู้ปลามีปลาตายอยู่หรือไม่ ถ้าเห็นเช่นนั้นแล้วพึงควรหลีกเลี่ยงไว้ด้วย ปลาทองที่ดีและ    ไม่เป็นโรคนั้นสังเกตุได้จากความสดใสบนตัวปลาจะต้องไม่มีรอยขีดขูดใด ๆ เกล็ดต้องมีความแวววาวและเป็นระเบียบ ครีบทุกครีบต้องไม่ขาดวิ่นหรือเปื่อย หรือมีจุดตกเลือดตามลำตัวครีบและหางอีกทั้งไม่มีสิ่งแปลกปลอมเกาะติดตามตัวหรือมีจุดใด ๆ ปูดโปนออกมา ดวงตาสดใสไม่ขุ่นมัว มีสีสันสดใส ในกรณีที่มีปลาในตู้ใดมีสิ่งผิด   ปกติตามที่กล่าวมาควรเปลี่ยนไม่เลือกซื้อปลาในตู้นั้น เพื่อป้องกันการซื้อปลาทองที่เป็นโรคหรือนำโรคปลาทอง   กับไปแพร่ยังปลาที่บ้าน


ข้อเสนอแนะในการเลือกซื้อปลาทอง


การเลือกซื้อปลาทองไม่ใช่เรื่องยากและก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณควรคำนึงถึงลักษณะรูปทรงตามสายพันธุ์ต่าง ๆ ของปลาทอง เลือกซื้อปลาทองจากร้านที่ได้มาตราฐาน ภายในร้านมีการดูแลเอาใจใส่ปลาเป็นอย่างดี ข้อสำคัญต้องสังเกตุว่าปลาจะต้องไม่เป็นโรค ถ้าเกิดเจอปลาในตู้ใดที่เลือก อยู่มีปลาที่มีลักษณะส่อถึงการเกิดโรคแล้วไม่ควรซื้อปลาในตู้นั้นโดยเด็ดขาด แม้ว่าจะมีปลาที่ได้เลือกในตู้นั้น  แล้วสมบูรณ์และสวยงามมากก็ตาม ควรเปลี่ยนตู้ใหม่หรือเปลี่ยนร้านไปเลยก็ได้ ควรเปรียบเทียบราคาปลาทอง  แต่ละร้านไม่ควรรีบร้อนตัดสินใจ ทั้งด้านราคาหรือคุณภาพ แต่ถ้าหากเจอปลาที่ดีแล้วหละก็ไม่ควรรีรอ เพราะ    อาจถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา โดยเฉพาะห้ามพาเพื่อนที่มีความต้องการปลาทองเหมือนคุณไปเลือกซื้อปลาทอง  ด้วยกัน เพราะอาจถูกแย่งได้ สิ่งที่สมควรพาไปด้วยมากที่สุดคือผู้ที่มีความรู้เรื่องปลาทองในด้านการดูลักษณะ และสามารถให้ความรู้กับคุณได้หรือมีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงปลาทอง ถ้าหากคุณยังไม่มีประสบการณ์มากนักและไม่มีผู้ให้คำปรึกษา ขอแนะนำให้ซื้อปลาทองที่มีราคาไม่แพงนัก ราคาถูก มีลักษณะดี หรือปลาทองขนาด  เล็กที่มีราคาไม่แพงมาฝึกเลี้ยงก่อนก็จะดี


ข้อจำเป็นอีกประการก่อนซื้อปลาทองไปเลี้ยงควรเตรียมอุปกรณ์และภาชนะที่จะใช้เลี้ยงรวมถึงน้ำที่จะใช้ให้พร้อมก่อนไปซื้อปลา อีกทั้งขนาดของภาชนะที่จะเลี้ยงกับขนาดและ   จำนวนของปลาทองด้วย อย่าหลงเชื่อว่าปลาทองที่มีราคาแพงจะต้องเป็นปลาที่ดีเสมอไป หรือปลาทองที่มาจากต่างประเทศจะเป็นปลาที่ถูกต้องตามลักษณะและเป็นปลาทองที่ดี ปลาทองที่มีราคาถูกกว่าหรือปลาทองที่เพาะเลี้ยงในประเทศก็เป็นปลาทองที่ดีได้เช่นกัน จากข้อแนะนำที่กล่าวมาแล้วนี้ คงมีประโยชน์ในการที่จะช่วยคุณ  เลือกซื้อปลาทองที่ดีและมีคุณภาพได้บ้างนะครับ



วิธีเลือกซื้อปลาทอง

Thursday, December 12, 2013

ขนมเบื้องญวน

222_6_1_1_255_327X581


ส่วนประกอบ


  • แป้งข้าวเจ้า     300  กรัม

  • แป้งถั่วเขียว     75  กรัม

  • ไข่เป็ด      1  ฟอง

  • เกลือ      1  ช้อนชา

  • น้ำตาลปึก     2  ช้อนชา

  • หัวกะทิ      1½  ถ้วย

  • น้ำปูนใส     1½  ถ้วย

  • ผงขมิ้น      1  ช้อนชา

  • ส่วนผสมใส้

  • หัวไชโป๊สับละเอียด    100  กรัม

  • เต้าหู้แข็งหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก   1  แผ่น

  • ถั่วงอกเด็ดหาง     300  กรัม

  • ถั่วลิสงคั่วป่น     ½  ถ้วย

  • ผักชีหั่นละเอียด     1-2  ต้น

  • ส่วนผสมหน้ากุ้ง

  • กุ้งสดสับ(1 ถ้วยตวง)   250  กรัม

  • มะพร้าวขูดขาว     1  ถ้วย

  • กะทิ      ½  ถ้วย

  • น้ำตาลทราย    ¼  ถ้วย

  • คนอร์อร่อยชัวร์   1 ช้อนโต๊ะ

  • ใบมะกรูดหั่นฝอย    5-6  ใบ

  • รากผักชีหั่น     1  ช้อนโต๊ะ

  • กระเทียม     1  ช้อนโต๊ะ

  • พริกไทยป่น     1  ช้อนชา

  • ส่วนผสมอาจาด

  • น้ำส้มสายชู     1  ถ้วย

  • น้ำตาลทราย     1  ถ้วย

  • เกลือป่น     2  ช้อนชา

  • แตงกวาซอยบาง    8  ลูก

  • หอมแดงซอย     8 หัว

  • พริกชี้ฟ้าหั่นแว่น    2-3  เม็ด

  • ผักชีเด็ดเป็นใบๆ    2-3  ต้น

  • น้ำสะอาด     2  ถ้วยตวง

วิธีทำ


  • วิธีทำแป้ง

  • ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งถั่วเขียวเข้าด้วยกัน ใส่ไข่ลงไป นวดให้เข้ากัน ใส่เกลือและน้ำตาลปึก ค่อยๆ ใส่หัวกระทิพร้อมกับนวดแป้งให้เข้ากันจนเป็นก้อน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ใส่กะทิที่เหลือทั้งหมด น้ำปูนใสและขมิ้นผง คนให้เข้ากัน

  • วิธีทำหน้ากุ้ง

  • นำกุ้งมาสับให้ละเอียด นำมาคลุกกับมะพร้าวขูดขาวให้เข้ากัน ถ้าต้องการให้สีสวยให้เติมสีผสมอาหารสีส้ม 1-2 หยด แล้วคลุกให้ทั่ว

  • โขลก รากผักชี กระเทียมและพริกไทยเข้าด้วยกันให้ละเอียด

  • เทกะทิใส่ในกระทะ ตั้งไฟอ่อนถึงปานกลาง ใส่รากผักชีกระเทียมพริกไทยที่โขลกไว้ลงลงผัดให้หอม ใส่กุ้งกับมะพร้าวที่คลุกไว้ลงผัดให้เข้ากัน ถ้าแห้งให้เติมกะทิที่เหลือ

  • ปรุงรสด้วยคนอร์อร่อยชัวร์ และน้ำตาลชิมรสตามชอบ ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอย แล้วผัดให้เข้ากัน

  • วิธีทำอาจาด

  • ตั้งหม้อต้มน้ำบนไฟแรงจนเดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น น้ำส้มสายชู คนให้ละลายและเข้ากันกันดี ชิมน้ำให้รสชาติออกเปรี้ยวหวานหรือตามชอบ ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น

  • เวลาจะรับประทานให้ใส่หอมแดง แตงกวา พริกชี้ฟ้าลงในถ้วย แล้วราดด้วยน้ำปรุงรส แต่งหน้าด้วยผักชี

  • วิธีทำขนมเบื้องญวน

  • ตั้งกระทะบนไฟอ่อนๆ ทาน้ำมันบางๆ ให้ทั่วกระทะ พอกระทะร้อน ตักแป้งใส่กระทะ กรอกแป้งเร็วๆ ให้ทั่วกระทะ ให้แป้งติดกระทะเป็นแผ่นกลมบางๆ

  • พอแป้งอยู่ตัว ตักน้ำมันหยอดข้างกระทะให้รอบแผ่นแป้ง เอียงกระทะไปมารอบๆ เพื่อให้แป้งสุกทั่ว ใส่ถั่วงอก เต้าหู้ ไชโป๊ถั่วลิสง หน้ากุ้ง ผักชี

  • แซะริมแป้งข้างหนึ่งแล้วพับให้เป็นรูปครึ่งวงกลม ตักใส่จานเสิร์ฟคู่กับอาจาด


ขนมเบื้องญวน

คั่วกลิ้งหมู

207_6_1_1_241_328X581


ส่วนประกอบ


  • เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นเล็ก     800 กรัม

  • ใบมะกรูดหั่นฝอย    10 ใบ

  • ตะไคร้ซอยแว่นบาง    4  ต้น

  • น้ำมันพืช      1 ช้อนโต๊ะ

  • พริกไทยสดเม็ด    ¼  ถ้วยตวง

  • พริกไทยดำโขลกหยาบ   ½  ช้อนชา

  • คนอร์อร่อยชัวร์     1  ช้อนโต๊ะ

  • น้ำเปล่า     ½        ถ้วยตวง

  • พริกแกง

  • หอมแดง (4 หัว)    3 ช้อนโต๊ะ

  • กระเทียม (6 กลีบใหญ่)   3 ช้อนโต๊ะ

  • พริกไทยเม็ด      20 -30 เม็ด

  • ขมิ้น (แง่งเล็ก 2 แง่ง)    2 ช้อนโต๊ะ

  • ตะไคร้ซอย (2 ต้น)    3 ช้อนโต๊ะ

  • พริกขี้หนูแห้ง (10 กรัม) ประมาณ   20 เม็ด

  • เกลือ       ½  ช้อนชา

  • โขลกทุกอย่างให้ละเอียดจะได้พริกแกงประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ


  • ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟร้อนปานกลาง ใส่พริกแกงลงผัดจนหอมดี ใส่หมูที่หั่นไว้ลงไป แล้วใส่พริกไทยดำโขลกลงไป ผัดจนเข้ากันดี

  • ปรุงรสด้วยคนอร์อร่อยชัวร์แล้วคั่วไปเรื่อยๆ จนน้ำแห้ง

  • ใส่ตะไคร้ซอย พริกไทยสดเม็ด และใบมะกรูดหั่นฝอย คั่วต่ออีกสักครู่ให้ส่วนผสมเข้ากัน จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


คั่วกลิ้งหมู

น้ำพริกลงเรือ

231_6_1_1_266_327X580


ส่วนประกอบ


  • กุ้งแห้งอย่างดีโขลกพอละเอียด        ½  ถ้วย

  • กระเทียมไทยปอกเปลือก            20   กลีบ

  • กะปิ                                      3   ช้อนโต๊ะ

  • มะดันซอย                               10   ลูก (หรือ มะม่วงสับ 1 ถ้วย)

  • มะอึกหั่นบาง                             5  ลูก

  • น้ำมะนาว                                 2  ช้อนโต๊ะเนื้อหมูติดมัน     200  กรัม

  • หอมแดงซอย     1  ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาล ¼ ถ้วยประมาณ   50 กรัม

  • น้ำเปล่า     100 กรัม

  • พริกขี้หนูสวน                            30  เม็ด

  • น้ำตาลปีบ                               4-5  ช้อนโต๊ะ

  • หมูหวาน                                  ½   ถ้วย

  • ไข่เค็ม                                    2  ฟอง

  • ปลาดุกฟูกรอบ                            ½  ถ้วย

  • คนอร์อร่อยชัวร์    1  ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมัน                                       1  ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ


  • โขลกกระเทียม กะปิ ให้ละเอียด ใส่มะดันซอย มะอึก โขลกให้เข้ากัน ใส่พริก ทุบพอแตก ใส่น้ำตาลปีบ น้ำมะนาว พักไว้

  • ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่น้ำพริกลงผัด ใส่กุ้งแห้ง และคนอร์อร่อยชัวร์ผัดให้เข้ากัน ใส่หมูหวาน ผัดให้เข้ากัน ชิมรสให้มีสามรส

  • การจัดให้สวยงาม ตักน้ำพริกใส่ถ้วย นำไข่เค็มหั่นเต๋าโรยหน้า แนมด้วยหมูหวาน และปลาดุกฟู รับประทานกับผักสด เช่น แตงกวา กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบมะกอก มะเขือต่างๆ ขมิ้นขาว ถั่วพู

  • หมูหวาน

  • หั่นหมูเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าประมาณ 1 เซนติเมตร

  • ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่หอมแดงลงไปผัดพอหอม ใส่หมู และคนอร์อร่อยชัวร์ลงไป ผัดให้เข้ากันจนหมูสุก ใส่น้ำตาล คนจนน้ำตาลละลาย

  • ใส่น้ำลงไป ใช้ไฟอ่อนเคี่ยว ระวังอย่าให้หมูแข็งเคี่ยวจนน้ำตาลเหนี่ยวเป็นสีน้ำตาลอ่อน


น้ำพริกลงเรือ

แกงจืดลูกรอก

264_6_1_1_201_327X579


ส่วนประกอบ


  • กุ้งสดปอกเปลือก   150 กรัม (ประมาณ ½ ถ้วยตวง)

  • หมูสับ     150  กรัม (ประมาณ ½ ถ้วยตวง)

  • ลูกรอกหั่นท่อน 1 นิ้วต้มสุก  200  กรัม (ประมาณ 1 ½  ถ้วยตวง)

  • รากผักชีกระเทียมพริกไทยโขลกละเอียด 1 ช้อนชา

  • คนอร์อร่อยชัวร์   ½ ช้อนชา

  • คนอร์ซุปหมูก้อน   2  ก้อน

  • หัวหอมใหญ่หั่นเสี้ยว   1  หัวเล็ก

  • น้ำเปล่า    4  ถ้วยตวง (1 ลิตร)

  • กระเทียมเจียว    1 ช้อนโต๊ะ

  • ต้อนหอม และผักซีซอยสำหรับโรยหน้าตามชอบ

วิธีทำ


  • นำลูกรอกที่หั่นเตรียมไว้ต้มในน้ำเดือดพอสุก พักไว้

  • นำหมูสับมาหมักกับรากผักชี กระเทียม พริกไทย และคนอร์อร่อยชัวร์ พักไว้

  • ตั้งหม้อต้มน้ำบนไฟกลางจนเดือด ใส่คนอร์ซุปหมูก้อนลงไป คนให้ละลาย ใส่หมูที่หมักไว้โดยปั้นเป็นก้อนๆ พอหมูสุก แล้วจึงใส่หัวหอมใหญ่ลงไป ต้มสักครู่

  • ใส่ลูกรอกและกุ้งลงไป ต้มพอกุ้งสุก ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ต้นหอม และผักชีซอย พร้อมเสิร์ฟ


แกงจืดลูกรอก

หมูย่างโอชา

ส่วนประกอบ


  • สันคอหมู      1 กิโลกรัม

  • รากผักชี กระเทียม พริกไทยตำละเอียด    2  ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลปีบ       2  ช้อนโต๊ะ

  • ซอสภูเขาทองฝาเขียว      2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันงา       2  ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันพืช        2  ช้อนโต๊ะ

  • คนอร์อร่อยชัวร์      2  ช้อนโต๊ะ

  • ส่วนผสมน้ำจิ้มแจ่ว

  • พริกป่น       2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมะขามเปียก      9 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำปลา       5 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลปีบ      3 ช้อนโต๊ะ

  • คนอร์อร่อยชัวร์     1 ช้อนชา

  • ข้าวคั่ว       1-2 ช้อนโต๊ะ

  • ผักชีฝรั่งซอย      2 ช้อนโต๊ะ

  • ต้นหอมซอย      2 ช้อนโต๊ะ

  • หัวหอมซอย      4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ


  • นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำมาเคล้ากับหมูให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง หรือหมักไว้ข้ามคืน

  • นำหมูไปย่างไฟให้สุกทั้งสองด้าน (หรือจะอบก็ได้แล้วแต่สะดวก) รับประทานกับน้ำจิ้มแจ่ว

  • การทำน้ำจิ้ม โดยนำพริกป่น น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปีบ ข้าวคั่ว และคนอร์อร่อยชัวร์ ใส่ถ้วย ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่ผักชีฝรั่ง ต้นหอม และหัวหอมซอย ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง

  • หมายเหตุ สามารถเปลี่ยนจากเนื้อหมู เป็นเนื้อวัว หรือไก่ได้ตามชอบ การหมักเนื้อสัตว์ ถ้าหมักค้างคืนจะทำให้เข้าเนื้อมากขึ้น ส่วนน้ำจิ้มแจ่ว หากชอบเผ็ดสามารถเติมพริกป่นเพิ่มได้ตามชอบ


หมูย่างโอชา

ผัดกะเพราทะเล

1_1_115_052_6_1_1_115_326X580


ส่วนประกอบ


  • กุ้งสดปอกเปลือก (100 กรัม)    ½  ถ้วยตวง

  • ปลาหมึกหั่นเป็นชิ้นพอคำ(100 กรัม)   ½  ถ้วยตวง

  • เนื้อปลาเก๋าหั่นเป็นชิ้นพอคำ (50 กรัม)  ¼   ถ้วยตวง

  • ใบกะเพราเด็ดประมาณ   ½  ถ้วยตวง

  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ   1 เม็ด

  • คนอร์อร่อยชัวร์    1 ½  ช้อนชา

  • น้ำมันหอย     2  ช้อนโต๊ะ

  • พริกขี้หนูเขียวแดง    1  ช้อนโต๊ะ

  • กระเทียม     1  ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันพืช     24 กรัม

  • น้ำเปล่า      4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ


  • นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมัน พอร้อนใส่พริกขี้หนูเขียวแดงโขลกกับกระเทียมลงไปผัดพอหอม

  • ใส่กุ้ง ปลาหมึก และเนื้อปลาผัดพอสุกแล้วเติมน้ำ ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยคนอร์อร่อยชัวร์ และน้ำมันหอยผัดให้เข้ากัน

  • ใส่พริกชี้ฟ้า และใบกะเพราผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ


ผัดกะเพราทะเล

Monday, December 9, 2013

ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย- เนปาล 8 วัน


ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย- เนปาล 8 วัน

แคชเมียร์ 6 วัน 5 คืน


แคชเมียร์ 6 วัน 5 คืน

สามเหลี่ยมอารยธรรม อินเดีย 4วัน 3คืน


สามเหลี่ยมอารยธรรม อินเดีย 4วัน 3คืน

สองนครแห่งอารยธรรม 4 วัน 3 คืน


สองนครแห่งอารยธรรม 4 วัน 3 คืน

หนิงโป ผู่โถซาน เซี่ยงไฮ้ อู๋ซี หังโจว หนิงโป


หนิงโป ผู่โถซาน เซี่ยงไฮ้ อู๋ซี หังโจว หนิงโป

หนิงโป หังโจว อู๋ซี ซูโจว เซี่ยงไฮ้ 9 วัน 8 คืน


หนิงโป หังโจว อู๋ซี ซูโจว เซี่ยงไฮ้ 9 วัน 8 คืน

ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู๋ 5วัน FD


ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู๋ 5วัน FD

ฉางซา จางเจียเจี้ย เฟิงหวง 6 วัน 4 คืน CZ


ฉางซา จางเจียเจี้ย เฟิงหวง 6 วัน 4 คืน CZ

ย่างกุ้ง พุกาม มัณฑเลย์ อินเล 5 วัน 4 คืน


ย่างกุ้ง พุกาม มัณฑเลย์ อินเล 5 วัน 4 คืน

Sunday, December 8, 2013

มัณฑะเลย์ พุกาม อินเล 5 วัน 4 คืน


มัณฑะเลย์ พุกาม อินเล 5 วัน 4 คืน

พระราชวังสายลม (Palace of the Wind หรือ Hawa Mahal)

HAWA MAHAL (11)


พระราชวังสายลม (Palace of the Wind หรือ Hawa Mahal) เป็นวังเดิมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พระราชวังเป็นอาคาร 5 ชั้น สร้างด้วยหินทรายสีออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโมกุล มีลักษณะแตกต่างจากพระราชวังโบราณอื่น ๆ ในอินเดีย การก่อสร้างเน้นที่ความบอบบาง โปร่งเบา มากกว่าความแน่นหนาแข็งแรง การไปชมพระราชวังสายลมนั้นต้องเดินไปในตลาด วังนี้ตั้งอยู่ริมถนนกลางเมือง อยู่ชิดถนนจนต้องแหงนหน้ามองจึงจะเห็นพระราชวังได้ชัดเจน จุดชมวังที่ดีที่สุด คือข้ามถนนไปยืนดูจากฝั่งตรงกันข้าม ที่สวยเด่นคือลวดลายฉลุตามหน้าต่าง ด้านหน้าของพระราชวังสายลม ลายฉลุเหล่านี้ คือ ช่องระบายอากาศที่บรรดานางสนมในวังใช้เป็นที่แอบดูชีวิตความเป็นอยู่ของสามัญชนในตลาด พระราชวังสายลมมีความงามที่แตกต่างไปจากพระราชวังอื่น ๆ ในอินเดีย นักท่องเที่ยวจะเห็นรูปพระราชวังสายลมอยู่ในหนังสือนำเที่ยวเมืองชัยปุระเสมอ



พระราชวังสายลม (Palace of the Wind หรือ Hawa Mahal)

แคชเมียร์ สวรรค์หิมาลัย พร้อมต้อนรับทุกคนแล้ว

แคชเมียร์ สวรรค์หิมาลัย พร้อมต้อนรับทุกคนแล้ว


เทือกเขาหิมาลัย ที่แคชเมียร์


เสียงร่ำลือในความงดงามของ ” แคชเมียร์ ” ถึงขนาดเปรียบเปรยว่า…ดินแดนแห่งนี้เป็นสวรรค์บนดิน บ้างก็เปรียบดั่งว่าเหมือนสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ทำ ให้ผู้คนจำนวนไม่น้อย หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวคนไทยเราใฝ่ฝันไว้ว่า สักวันหนึ่งจะต้องเดินทางไปเยือนแคชเมียร์ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต


ที่ราบบนหุบเขาหิมาลัย


จากประวัติศาสตร์ ” แคชเมียร์ ” เป็นรัฐที่ตั้งอยู่เหนือสุดของประเศอินเดีย เป็นดินแดนที่งดงามมากอยู่ท่ามกลางของหุบเขาหิมาลัย มี ดินแดนติดต่อกับประเทศปากีสถาน และที่ราบสูงทิเบต มีพื้นที่กว่า 222,000 ตารางกิโลเมตร ด้วยลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน จึงทำให้แคชเมียร์หลากหลายไปด้วยทั้งเทือกเขาสูง พื้นที่ราบ ทะเลสาบ ทุ่งนา ทุ่งหญ้า และรวมไปถึงความแตกต่างทางศาสนา และชาติพันธุ์ของเชื้อชาติ


ลา สัตว์ประจำถิ่น


แต่เสน่ห์ และความงามของ แคชเมียร์ กลับถูกบดบังด้วยภาพเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีต ทั้ง ปัญหาการสู้รบระหว่างอินเดียกับปากีสถาน และปัญหาจากผู้ก่อการร้าย ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นอุปสรรคต่อบรรยากาศของการเดินทางมาท่องเที่ยว และการลงทุนท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่นั่นคืออดีตของเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านไปหลายปีแล้ว


ธารน้ำระหว่างเทือกเขา


ดินแดนแห่ง แคชเมียร์ ได้ผ่านร้อนผ่านหนาว และความเดือดร้อนจากภัยสงครามมายาวนาน ทำให้ชาวแคชเมียร์ถูกหล่อหลอมเป็นคนที่ความสุภาพอ่อนน้อม รักความสงบมีความงดงามอยู่ในใจ ซึ่งนักท่องเที่ยวหากได้ไปเยือนจะรับรู้ถึงความรู้สึกจากแววตาที่เป็นมิตร ด้วยธรรมชาติที่งดงามนั่นเอง จึงทำให้ชาวแคชเมียร์มีความเป็นศิลปินในตัวเอง เลยทำให้ถ่ายทอดผลงานด้วยฝีมือที่เลื่องชื่ออย่าง ผ้าพรมแคชเมียร์ ผ้าเปเปอร์มาเชย์ หรือแม้กระทั่งเครื่องใช้เครื่องประดับมากไปด้วยลวดลายหลากสีสันสีสดใส เหมาะสำหรับซื้อกลับมาเป็นของใช้ของฝาก


พรมแคชเมียร์ สินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง


” แคชเมียร์ ” นั้นแบ่งเป็นเขตใหญ่ๆ ด้วยกัน 3 เขต เมืองแรก…”ลาดัค” เป็นเมืองที่อยู่บนพื้นที่สูงสุด และใหญ่มากของแคชเมียร์ มีพื้นที่ครอบคลุม 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด มีทั้งหุบเขา และที่ราบสูง ชุมชนในลาดัคเป็นชุมชนที่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานที่ได้รับอิทธิพลมาจาก ทิเบต สิ่งจะได้พบเห็นในเมืองนี้คือวัดพุทธในรูปแบบของมหายานสายทิเบต เพราะฉะนั้นการแต่งกายของผู้คนพื้นเมืองที่นี่จึงไม่แตกต่างไปจากทิเบต หรือจะพูดว่าทิเบตน้อยก็ได้


เมืองลาดัค ธิเบตน้อย


”จัมมู” เมืองหลวงในฤดูหนาวของ แคชเมียร์ ที่ราบสูงหรือตามเนินเขาจะล้อมรอบไปด้วยทุ่งหญ้าสีทองเหลืองอร่ามไปทั่วเมื่อต้องแสงอาทิตย์ สูง จากระดับน้ำทะเลถึง 300 เมตร ในหน้าร้อนที่นี่อากาศร้อนอบอ้าวมาก ส่วนในช่วงหน้าหนาวจะเป็นแหล่งมาหลบความหนาวเย็นได้เป็นอย่างดีจากลาดัค


เขตชุมชนแร่ร่อน ที่จัมมู


เด็กๆที่จัมมู


”เมืองศรีนาคา” หรือ ศรีนคร ถือเป็นหลวงในช่วงฤดูร้อนของ แคชเมียร์ ซึ่ง ตั้งในหุบเขาแคชเมียร์ จนเป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลสาบ สายน้ำ สวนดอกไม้ และงานฝีมือ ศิลปะที่ผลิตจากไม้ ฉะนั้นวิถีชีวิตของผู้คนในทะเลสาบดาลเป็นชีวิตที่อยู่คู่กับสายน้ำอันเงียบ สงบ มีเรือเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทางไปมาในทะเลอันกว้างใหญ่ แต่งแต้มความงดงามแบบวิถีชีวิตแบบบ้านๆ ของผู้คนดั้งเดิมที่นี่ ทึ่งกับสีสันของสวนผักลอยน้ำ พร้อมตลาดน้ำยามเช้าที่สร้างชีวิตชีวาให้กับผู้มาเยือน หรือนักท่องเที่ยวโดนใจยิ่งนัก


ท่าเรือริมทะเลสาป ที่ศรีนคร


ชีวิตริมน้ำศรีนาคา


ที่ศรีนคร ใช้เรือเป็นพาหนะ


ทุ่งดอกไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยที่โอบล้อมเมือง แคชเมียร์ ไว้นั้น ย่อมก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามน่าประทับใจยิ่ง ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดทั้งกิจกรรมหลายๆ อย่างเกิดขึ้น ในเรื่องของการท่องเที่ยวสำหรับผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นการขี่ม้าชมธรรมชาติบนภูเขาหิมะที่ขาวโพลน การปีนเขาในช่วงหน้าร้อน การเล่นสกีซึ่งเป็นที่ยอดนิยมมากช่วงฤดูหนาวคือช่วงนี้ สถานที่เล่นสกีกันมากคือที่…กูลมาร์ค ทุ่งหญ้าเชิงเขาที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าสนเมืองหนาว และที่กูลมาร์คแห่งนี้ยังมีสนามกอล์ฟที่ตั้งอยู่สูงสุดในโลกอีกด้วย


หิมะปกคลุม บริเวณเือกเขาหิมาลัย


แคชเมียร์ …นั้น ถือว่าเป็นรูทอีกเส้นทางหนึ่งเหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อน ชื่นชมธรรมชาติอันงดงาม ทั้งได้เที่ยวชมหิมะเล่นสกี ชมทุ่งดอกไม้บนทุ่งกว้าง พร้อมทั้งได้สัมผัสอัธยาศัยอันดีของผู้คนที่นี่ ทุกวันนี้…แคชเมียร์ จึงเปิดบ้านรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาชมความงดงาม ความมหัศจรรย์อย่างไม่ขาดสาย ถึงแม้ว่าภาพแห่งความรุนแรงแห่งการสู้รบในอดีตยังติดตาตรึงใจผ่านมาหลายปี แล้ว แต่แคชเมียร์วันนี้กลับมาสู่ดินแดนแห่งความสงบจนกลายมาเป็นเพชรเม็ดงาม สวรรค์ของการเดินทางมาท่องเที่ยว อีกมุมหนึ่งของเอเชียไปแล้วในทุกวันนี้


สุเหร่า ที่ศรีนคร


คล้ายๆ สวิสเชอร์แลนด์


กิจกรรมช่วงฤดูหนาว คนที่แคชเมียร์


 


ขึ้นกระเช้าชมวิว


ดินแดนแคชเมียร์ สุดลูกหูลูกตา



แคชเมียร์ สวรรค์หิมาลัย พร้อมต้อนรับทุกคนแล้ว

สุสานกลางทะเลทราย ชาสวานต์ ทาดา Jaswant Thada

Jaswant-Thada


สุสานกลางทะเลทราย ชาสวานต์ ทาดา Jaswant Thada แห่งเมืองโยธาปุระ Jodhpur รัฐ Rajasthan เป็นอนุสรณ์สถาน และฌาปนสถานของราชตระกูล เป็นที่สงบร่มรื่น สิ่งที่โดดเด่นของสถานที่นี้คือ อาคารหินอ่อนสลักเสลาบนแท่นหินอ่อนลายฉลุ ปราณีตบรรจงตามรสนิยมของชาวภารตะ ยอดโดมเหลี่ยมและทรงหัวหอมสไตล์โมกุล ตั้งเด่นสง่างามสะท้อนแสงแดดแวววับจับตา


อนุสรณ์แห่งนี้สร้างอุทิศให้มหาราชาสวานต์ ซิงห์ ที่ 2 Maharaja Jaswant Singh II อนุสรณ์สถานแห่งนี้ตั้งอยู่กลางท้องทุ่งเวิ้งว้าง แต่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และภายในยังมีสวนสวยๆเพื่อให้นั่งพักผ่อน ตั้งอยู่ที่เนินเขาห่างจากป้อม เมห์รังการห์ไปทางเหนือประมาณ 1 กม. ถ้านั่งรถตุ๊กๆมาจากหน้าป้อม ค่าโดยสารประมาณ 50 รูปี หรือยังมีแรงก็เดินมาได้



สุสานกลางทะเลทราย ชาสวานต์ ทาดา Jaswant Thada

Friday, December 6, 2013

พระราชวังหยวนหมิงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นแทนพระราชวังใหม่หยวนหมิง ณ กรุงปักกิ่ง

พระราชวังหยวนหมิง


พระราชวังหยวนหมิง พระราชวังหยวนหมิงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นแทนพระราชวังใหม่หยวนหมิง ณ กรุงปักกิ่ง พระราชวังแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง ณ ใจกลางของ “ภูเขาชิลิน” ในเมือง “จูไห่” ทำให้สวนแห่งนี้โอบล้อมด้วยขุนเขาที่เขียวชอุ่ม สวนหยวนหมิง มีเนื้อที่ 1.39 ตารางกิโลเมตร มีภูเขาโอบรอบทั้ง 3 ด้าน ด้านหน้าเป็นพื้นที่ราบ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ สร้างขึ้นเท่าของจริงในอดีตทุกชิ้น ภายในสวนมีทะเลสาปขนาด 80,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดเท่ากับสวนเดิมในกรุงปกกิ่ง เป็นศูนย์กลางล้อมรอบด้วยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ กว่าร้อยชิ้น อาทิ เสาหินคู่ สะพานข้ามธารทอง ประตูต้ากง ตำหนังเจิ้งต้ากวางหมิง สะพานเก้าเลี้ยว


สิ่งที่ทำให้ สวน “หยวนหมิงหยวน” มีความแตกต่างกับสวนเก่าที่ปักกิ่ง คือการเพิ่มเติมและตกแต่งสวนที่เป็นศิลปแบบตะวันตกผสมกับศิลปะจีน “สวนหยวนหมิง” จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งจำลองมาจากสถานที่ในประวัติศาสตร์ มีคุณค่าทั้งในแง่วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธุรกิจการท่องเที่ยว สวนแห่งนี้เปิดให้บุคคลเข้าชมตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 เป็นต้นมา


พร้อมชมการแสดงชุดต่าง ๆ ได้แก่ เฉียนหลงฮ่องเต้ท่องเจียงหนาน พระราชพิธีปราบดาภิเษก และการละเล่นต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งสนุกสนานและได้รับความรู้



พระราชวังหยวนหมิงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นแทนพระราชวังใหม่หยวนหมิง ณ กรุงปักกิ่ง

วัดไป๋หลิน หรือวัดดอกบัวขาว ตั้งอยู่ที่เมืองจูไห่

วัดไป๋หลิน


วัดไป๋หลิน หรือวัดดอกบัวขาว ตั้งอยู่ที่เมืองจูไห่ ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมือง ประมาณ 10-15 นาที วัดไป๋หลิน เป็นวัดเล็กๆ ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามมาก ภายในบริเวณวัด จะมีบันไดเดินขึ้นไปกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจูไห่ให้ความนับถือ ได้แก่ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ, เทพเจ้ากวนอู, เจ้าแม่กวนอิม ตามบันไดที่ขึ้นไปทั้งสองข้างทางจะมีต้นสนปลูกไว้ตลอดสองข้างทาง บรรยากาศร่มรื่นมาก เมื่อท่านได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดครบหมดแล้ว บริเวณด้านนอกก็จะมีระฆังไว้ให้คนที่ไปขอพรตี เพื่อให้พรที่ขอสมดั่งที่ปารถนา ในการตีเขาบอกให้ตี 3 ครั้ง แล้วพรที่ขอก็จะสัมฤทธิ์ผล สำหรับท่านไหนที่ยังไม่เคยไป ก็ลองไปดูนะคับ ลองไปขอพรดู และลองไปสัมผัสกับบรรยากาศของ เมืองจูไห่ ดู อากาศดีมาก ๆ เลย


สำหรับท่านไหนที่อยากจะเห็นบรรยากาศของวัดไป๋หลินในยามค่ำคืน ตอนดึกภายในวัดแห่งนี้ท่านยังสามารถนำบาร์บีคิวเข้าไปย่างได้ แต่จะต้องเสียค่าเข้า



วัดไป๋หลิน หรือวัดดอกบัวขาว ตั้งอยู่ที่เมืองจูไห่

อินซาดง ( Insadong Market ) เป็นถนนสายแคบๆ แต่อินซาดงเป็นขวัญใจนักช็อปส่วนใหญ่

korea_seoul_insa-dong-cultural-district


อินซาดง ( Insadong Market ) แม้ เป็นถนนสายแคบๆ แต่อินซาดงเป็นขวัญใจนักช็อปส่วนใหญ่ เพราะไม่เพียงแต่มีสินค้าให้เลือกซื้อละลานตาแต่ด้วยบรรยากาศอันโรแมนติกของ ถนนสายนี้ อินซาดงจึงครองใจนักช็อปได้ไม่ยากนัก ย่านนี้มีร้านรวงเป็นร้อยร้าน แน่นขนัดไปด้วยร้านขายวัตถุโบราณ งานศิลป์ หน้ากาก ภาพวาดด้วยหมึกพื้นเมือง งานประดิษฐ์อักษร เครื่องเรือนแบบโบราณ งานฝีมือ เครื่องเคลือบและร้านหนังสือเก่า ร้านอาหารก็เยอะ



อินซาดง ( Insadong Market ) เป็นถนนสายแคบๆ แต่อินซาดงเป็นขวัญใจนักช็อปส่วนใหญ่

ป้อมปราการฮวาซอง หรือ ป้อมดอกไม้ (Hwaseong Fortress)

hwaseong_fortress_seoul


ป้อมปราการฮวาซอง หรือ ป้อมดอกไม้ เนื่องจากลักษณะของป้อมปราการที่ล้อมรอบเมืองมีรูปทรงคล้ายดอกไม้นั่นเอง นับเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นอีกหนึ่งมรดกโลกด้านวัฒนธรรมขององค์กรยูเนสโกซึ่งได้รับการแต่งตั้ง ในปี ค.ศ.1997  ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชองโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน เพื่ออุทิศให้กับพระบิดา ซึ่งเป็นการสร้างปราการล้อมรอบหลุมศพพระบิดานั่นเอง โดยภายในแนวกำแพงมีทั้งหอสังเกตการณ์ ลานฝึกทหาร ประตูระบายน้ำ ประตูเมือง และกำแพงเมืองความยาว 5.5 กิโลเมตร


ภายในป้อมปราการแห่งนี้ มีป้อมเรียงรายน้อยใหญ่อยู่จำนวน 48 ป้อม ซึ่งแต่ละป้อมมีความแตกต่างกันไปตามการใช้งาน ซึ่งถ้าใครมาเที่ยวในเที่ยวในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลวัฒนธรรมฮวาซอง จะมีการจำลองขบวนพระราชพิธีเยี่ยมสุสานของพระเจ้าชองโจ สามารถเข้าร่วมขบวนได้แต่ต้อองลงทะเบียนก่อนล่วงหน้า



ป้อมปราการฮวาซอง หรือ ป้อมดอกไม้ (Hwaseong Fortress)

หมู่บ้านวัฒนธรรมซูวอน ( Suwon Folk Village )

774652_image2_1


หมู่บ้านวัฒนธรรมซูวอน ( Suwon Folk Village ) 수원 민속촌 ตั้งอยู่ที่เมืองซูวอน ในจังหวัดเคียงกิโด ห่างจากกรุงโซลไปทางทิศไต้ประมาณ 1 ชั่วโมง ถือเป็นหมู่บ้านจำลองและพิพิธภัณฑ์ที่จำลองและแสดงถึงวิถีชีวิตของคนเกาหลี ภายในประกอบด้วยบ้านสไตล์ดั้งเดิมต่าง ๆ กว่า 240 หลัง เครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้ บ้านข้าราชการ ลานกว้างสำหรับแสดงศิลปพื้นบ้านของชาวเกาหลีในเทศกาลต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงตลาดพื้นเมืองและอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อให้ผู้มาเยือนสัมผัสถึงวัฒนธรรมของชาวเกาหลี หมู่บ้านจำลองแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำละครประวัติศาสตร์ของเกาหลีหลาย เรื่องด้วย


หมู่บ้านวัฒนธรรมซูวอน ( Suwon Folk Village )



หมู่บ้านวัฒนธรรมซูวอน ( Suwon Folk Village )

พินอูลวิน (ปยินอูลวิน) เมืองตากอากาศกลิ่นอายอังกฤษในพม่า

ทัวร์พม่า ไปเที่ยวประเทศพม่ากันไหมคะ? สำหรับทริปเที่ยวพม่าที่เราขอแนะนำให้คุณไปเยือนในวันนี้ก็คือ เมืองพินอูลวิน (Pyin U Lwin) หรือ ปยินอูลวิน (Pyin Oo Lwin) เมืองท่องเที่ยวที่ มีชื่อเสียงและน่ามาเยือนมากเมืองหนึ่งของเขตมัณฑะเลย์ (Mandalay Region) หนึ่งในเขตการปกครองของประเทศพม่าที่ตั้งอยู่ในบริเวณภาคกลางของประเทศ โดยเมืองมัณฑะเลย์ อยู่ห่างจากย่างกุ้งไปทางทิศเหนือ 716 กิโลเมตร


 


2 1



พินอูลวิน (ปยินอูลวิน) เมืองตากอากาศกลิ่นอายอังกฤษในพม่า

เที่ยวเมืองพะอันหรือเมืองผาอัน พม่า


เที่ยวเมืองพะอันหรือเมืองผาอัน พม่า